รายงานผลการวิเคราะห์คุณภาพทางเคมีและทางชีวภาพของใบช้อยนางรำ
โดย ผศ.วรรณา กาญจนยูร, ศ.ดร. ไมตรี สุทธิจิต์ และนายอำนาจ เหลาทอง
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
 
ชื่อสมุนไพร

ช้อยนางรำ

ชื่อวิทยาศาสตร Codarocalyx motorius Ohashi Leguminosac
ชื่ออื่นๆ เคยแนะคว้า ช้อยนางรำ นางรำ แพงแดง ว่านมีดพับ Telegraph plant
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านแข็ง ใบแยกเป็นใบย่อย 3 ใบ รูปไข่หรือรูปไข่แกมใบหอก ปลายมนด้านบนมัน ด้านล่างมีขนละเอียด ดอกแทงออกด้านข้าง หรือที่ยอด เป็นช่อดอกแบบติดดอกสลับ ก้านช่อดอกมีขน กลีบเลี้ยงเป็นรูปกระดิ่ง กลีบดอกสีม่วงแดง ผลเป็นฟัก
สรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย   ต้น แก้ฝีภายใน แก้ฝีในท้อง ดับพิษร้อนภายใน
    ใบ แก้ฝีภายใน แก้ฝีในท้อง ดับพิษร้อนภายใน แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้พิษ
    ไม่ระบุส่วนใช ขับปัสสาวะ แก้ไข้รำเพรำพัด แก้ไข้ประสาทพิการ แก้ฝีภายใน แก้ฝีในท้อง
วัตถุประสงค์ ื่เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสารอนินทรีย์ สารประกอบโลหะโซเดียม แคลเซียม แมคนีเซียม เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว สารหนู หาปริมาณสารอินทรีย์ ซึ่งได้แก่ เบต้า - คาโรทีน คลอโรฟิลล์ กรดแอสคอร์บิก และการวิเคราะห์ฤทธิ์แอนติออกซิแดนท์ในใบชาแห้ง และน้ำชาชง ของใบช้อยนางรำ
วิธีการทดลอง   การวิเคราะห์โลหะอนินทรีย์ โดยนำใบช้อยนางรำมาย่อยด้วยกรดและตรวจวิเคราะห์ด้วยAtomic absorption spectrophotometry
    การวิเคราะห์สารอินทรีย์ โดยการชงด้วยน้ำร้อนและวิเคราะห์ด้วย spectrophotometry
    การวิเคราะห์แอนติออกซิแดนท์ โดยการอาศัยปฏิกริยาทางชีวเคมีและการเกิดสีของสาร DPPH และติดตามการยับยั้งการเกิดสี และเปรียบเทียบกับสารแอนติออกซิแดนท์ ไวตามินซี
ผลการทดลอง รายงานผลการวิเคราะห์ ใบช้อยนางรำ
  1. สารอนินทรีย์-โลหะ
    โซเดียม ( Sodium)
0.22
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    แคลเซียม (calcium)
0.12
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    แมกนีเซียม (magnesium)
2.63
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    เหล็ก (lron)
0.68
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    สังกะสี (zinc)
2.66
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    ตะกั่ว (lead)
0.06
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    ทองแดง (copper)
0.07
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมใบชาแห้ง
    ปรอท (mercury)
ไม่พบ
 
    สารหนู
ไม่พบ
 
  2. สารอินทรีย์
    เบต้า - คาโรทีน (beta - carotene)
119.5
มิลลิกรัมต่อกรัมใบชาแห้ง
    คลอโรฟิลล์ เอ (chlorophyll a)
0.87
มิลลิกรัมต่อกรัมใบชาแห้ง
    คลอโรฟิลล์ บี (chlorophyll b)
0.38
มิลลิกรัมต่อกรัมใบชาแห้ง
  3. ฤทธิ์สารแอนติออกซิแดนท์
  โดยการทดสอบทางชีวภาพ (วัดในหลอดทดลอง โดยวิธีการเกิดสี DPPH) จากการชงชาช้อยนางรำน้ำหนัก 1 กรัม ด้วยน้ำร้อนปริมาตร 50 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 ถ้วย พบว่ามีฤทธิ์ของสารแอนติออกซิแดนท์ เทียบเท่ากับไวตามิน ซี 12 มิลลิกรัม สารแอนติออกซิแดนท์ในใบชาตัวอย่างช้อยนางรำ ควรจะเป็นสารพวก เบต้า - คาโรทีน, ไวตามิน C, โปลีฟีนอล(polyphenons) และไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoidds)
การวิจารณ์และสรุป จากการวิจัยเบื้องต้น ทางเคมีและทางชีวภาพ พบว่า ใบช้อยนางรำ มีการปนเปื้อนของโลหะหนักน้อยมาก ไม่เกินกว่าระดับอันตรายที่มาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้แลชะไม่พบโลหะที่เป็นพิษเลยใบชาช้อยนางรำจึงปลอดภัยอย่างยิ่งสำหรับการบริโภค และยังมีประโยชน์ในด้านโภชนาการหลายด้าน น้ำสกัดจากใบชาช้อยนางรำ มีเกลือแร่ คือ โซเดียม แคลเซียม และแมกนีเซียม มีไวตามินได้แก่ ไวตามิน เอ เบต้า-คาโรทีน ไวตามิน-ซี ในด้านสารสุขภาพ มีคลอโรฟิลล์ซึ่งมีสมบัติชีวภาพในการขับล้างพิษออกจากร่างกายและมีฤทธิ์ของสารแอนติออกซิแดนท์ค่อนข้างสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อต้านพิษที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ ต่อต้านการอักเสบ ปและชลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย สมบัติดังกล่าว สอดคล้องกับสรรพคุณบางส่วนที่ระบุไว้
ข้อเสนอแนะ เนื่องจากเวลาจำกัด จึงได้ข้อมูลการวิเคราะห์จากสารสกัดจากใบชาแห้งเท่านั้น ต่อไปหากมีเวลามากขึ้น ควรจะได้มีการวิจัยต่อเพื่อให้ได้ข้อมูลสมบรูณ์มากขึ้น เช่น การวิเคราะห์สรรพคุณของใบชาสด น้ำชาที่ชงจากใบชาช้อยนางรำ รวมทั้งในด้านเภสัชวิทยาและทางคลินิกของการดื่มน้ำชาช้อยนางรำต่อไป
ภาคผนวก มาตราฐานคุณภาพของเครื่องดื่มน้ำผลไม้ทั่วไป ของมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า
    สารหนู ต้องไม่มากกว่า
0.2
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    ตะกั่ว ต้องไม่มากกว่า
0.3
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    ทองแดงต้องไม่มากกว่า
5
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    สังกะสี ต้องไม่มากกว่า
5
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
เอกสารอ้างอิง 1. นันทวัน บุญยประภัศรและ อรนุช โชคชัยเจริญพร "สมุนไพรไม้พื้นบ้าน(1)" สำนังานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศสาตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสนตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2542 หน้า 757
  2. มาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำผลไม้ กระทรวงอุตสาหกรรม
รายงานไว้ วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ู้ผู้บันทึกรายงาน ดร. วรรณา กาญจนมยูร
  ศ.ดร.ไมตรี สุทธจิตต์
  นายอำนวย เหล่าทอง