![]() |
รู้จักโรคไข้เลือดออกกันเถอะ |
|
| โรคไข้เลือดออก โรคที่มากับยุงลาย ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกได้ทุกเพศและทุกวัย และในทุก | |
ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งพบว่ามียุงลายเป็นจำนวนมาก และพบผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกในช่วงเวลาดังกล่าว มากเช่นกันว่าแล้วเราก็มาทำความรู้จักกับเรื่องราวของโรคไข้เลือดออกกันเลยค่ะ |
|
1. รู้เรื่อง เบื้องต้นของโรคไข้เลือดออก |
|
| โรคไข้เลือดออก มีการระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย โดยจะพบผู้ป่วยได้ในทุกจังหวัดและทุกภาคของ | |
| ประเทศ ซึ่งโรคไข้เลือดออกนี้พบได้ในผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ แต่ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 5 14 ปี ในระยะ 3 4 ปี ที่ผ่านมา มีรายงานในผู้ป่วยอายุมากกว่า 15 ปี เพิ่มมากขึ้น เป็นร้อยละ 3 และในปี 2545 จำนวนร้อยละ 40 ของ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีอายุมากกว่า 15 ปี | |
| โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมี 4 ชนิด แพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้ โดยมียุงลาย | |
| เป็นตัวนำ โดยยุงลายตัวเมียจะดูดเลือดคนที่มีเชื้อไวรัสเดงกีในร่างกาย ซึ่งพบได้ใน คนที่เป็นโรคไข้เลือดออกในระยะที่มีไข้สูง และแพร่เชื้อไปให้คนอื่นที่ถูกยุงกัดต่อไป ยุงลายจะออกหากิน กัดคนในเวลากลางวัน ส่วนใหญ่จะอยู่ภายในบ้าน อาคาร โรงเรียน และรอบ ๆ บริเวณ จะพบยุงลายชุกชุมในฤดูฝน หลังจากได้รับเชื้อไวรัสเดงกีจาก ยุงลายประมาณ 5 8 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันได้ ตั้งแต่ ไม่มีอาการ หลังจากถูกยุง | |
2.องค์ประกอบของการเกิดโรคหรือระบาดของโรคไข้เลือดออก |
|
การเกิดโรคหรือระบาดของไข้เลือดออกจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกัน คือ |
|
1. เชื้อ คือ เชื้อไวรัส (Dengue serotype) 1 , 2 , 3 ,4 2. คน คือ บุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ส่วนใหญ่ คือกลุ่มประชากรที่มีอายุ 014 ปี 3. ยุงพาหะ คือ ยุงลาย ซี่งเป็นตัวนำโรคมาสู่คน |
|
ซึ่งอาจพิจารณาแยกองค์ประกอบแต่ละส่วน ดังนี้ |
|
| เชื้อ คือเชื้อไวรัส Dengue ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สามารถหายารักษาให้หายขาด หรือฆ่าเชื้อ | |
| ้ ไวรัสได้ ดังนั้น การจะหามาตรการการยับยั้งองค์ประกอบนี้คงทำไม่ได | |
| คน โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดขึ้นในคนเท่านั้น ดังนั้น คนจึงเป็นเหมือน แหล่งรังโรค การที่จะ | |
| กำจัดหรือลดแหล่งรังโรคในคนได้ จำเป็นต้องมีภูมิต้านทานโรค การที่จะสร้าง ภูมิต้านทานทางวิธีหนึ่ง คือ การให้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก เนื่องจากการพัฒนาจัดหาวัคซีน ป้องกันโรคนี้จำต้องเป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Dengue ทั้ง 4 serotype ( Tetravalent vaccine ) จึงจะสามารถป้องกันมิให้เกิดโรคและเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงตามมา ด้วยเหตุว่าการได้รับการฉีดวัคซีนจำพวก Monovalent หรือ Bivalent vaccine ชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว เมื่อติดเชื้อชนิดอื่น นอกเหนือจากเชื้อที่ได้รับจากการฉีดวัคซีน อาจจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงตามมาภายหลังได้ การพัฒนาขณะนี้อยู่ในระหว่างวิจัยและพัฒนา คงต้องอาศัยระยะเวลาอีก 4 5 ปี เป็นอย่างน้อยจึงจะสำเร็จ | |
| ยุงพาหะ คือการควบคุมยุงพาหะให้ลดน้อยลง จนไม่สามารถแพร่เชื้อไวรัส Dengue ไปสู่คนอื่น ๆได้ | |
ดังนั้น จึงจะดูเหมือนว่า มาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงมีมาตรการเดียว คือ การควบคุมยุงพาหะนำโรคเท่านั้นในขณะนี้ |
|
3. อาการผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก |
|
| ประมาณ 5 8 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันได้ ตั้งแต่ ไม่มีอาการ | |
หลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัด กรณีเช่นนี้ มักพบในเด็กเล็กที่ได้รับเชื้อครั้งแรก ๆ หรือมีอาการของไข้เดงกีไม่รุนแรง มักเกิดกับเด็กโต หรือใน ผู้ใหญ่ตลอดไปจนถึงมีอาการรุนแรงมากจนช็อกและเสียชีวิตได้ ซึ่งก็คือ โรคไข้ เลือดออก |
|
| ผู้ป่วยไข้เลือดออกทุกราย จะมีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่วนใหญ่ไข้จะสูงเกิน 38.5 | |
องศาเซลเซียส ไข้อาจสูงถึง 40 41 องศาเซลเซียส มักจะมีหน้าแดง คอแดง ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการน้ำมูกไหลหรืออาการไอ มักจะปวดศรีษะ ปวดรอบกระบอกตา เบื่ออาหาร อาเจียน บางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ส่วนใหญ่ไข้จะสูงลอยอยู่ 7 วัน ร้อยละ 15 อาจมีไข้สูงนานเกิน 7 วัน อาการเลือดออกพบบ่อยที่สุดที่ผิวหนัง มักพบจุดเลือดออกเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำคอ รักแร้ อาจมีเลือดกำเดา ในรายที่รุนแรงอาจมีอาเจียนหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด |
|
| เมื่อไข้เริ่มลด ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง มีภาวะช็อกเกิดขึ้น สังเกตได้โดยผู้ป่วย | |
ที่ไข้ลดเริ่มมีอาการกระสับกระส่าย มือและเท้าเย็น ผู้ป่วยที่ช็อกถึงแม้จะมีความรุนแรง แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องก่อนเข้าสู่ระยะอันตราย ก็จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว |
|
| ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก ในระยะไช้สูงช่วงแรก ๆ ที่ยังพอรับประทานอาหาร หรือน้ำได้ | |
ไม่อาเจียนรุนแรง สามารถดูแลที่บ้านได้หลังพบแพทย์ และแพทย์แนะนำให้สังเกตอาการที่บ้านและต้องไปตรวจตามแพทย์นัดอย่างเคร่งครัด ยาลดไข้แนะนำให้ใช้ พาราเซตามอลเท่านั้นและใช้ตามแพทย์สั่ง ไม่ควรให้ถี่กว่า 4 ชั่วโมง และห้ามใช้ยาแอสไพริน หรือยาลดไข้ชนิดอื่น ๆ เช่น ไอบรูโพรเฟน เพราะอาจจะทำให้เลือดออกในกระเพาะได้ ควรให้ผู้ป่วยได้รับอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย ถ้ารับประทานอาหารได้น้อย แนะนำให้ดื่มนม น้ำผลไม้ หรือน้ำเกลือแร่แทนน้ำเปล่า และหลีกเลี่ยงการใช้ยาอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น และไปตรวจตามนัดอย่างเคร่งครัด แต่ถ้ามีอาการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นสัญญาณอันตรายจะต้องไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอตามนัด คือ เมื่อไข้ลดเลือดออกผิดปกติ อาเจียนมาก ปวดท้องมาก กระหายน้ำตลอดเวลา ซึม ไม่ดื่มน้ำ มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงคือ พูดไม่รู้เรื่อง เพ้อ เอะอะโวยวาย ตัวเย็น เหงื่อออก ปัสสาวะน้อย |
|
4. มาตรการการควบคุมยุงพาหะนำโรค |
|
| เนื่องจากข้อกำหนดในการควบคุมโรคดังกล่าว ทำให้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคยังคงเป็นเรื่องการควบคุม | |
ยุงพาหะ ซึ่งมีวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ คือ |
|
| 1. การกำจัดและลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ได้แก่ | |
|
|
| 2. การทำลายลูกน้ำยุงลาย ได้แก่ | |
|
|
| 3. การทำลายยุงตัวเต็มวัย โดยพ่นเคมีกำจัดยุง ด้วยวิธี | |
| 1. การพ่นฝอยละออง หรือ ยู แอล วี น้ำยาเคมีจะถูกพ่นจากเครื่องพ่น โดยแรงอัดอากาศ | |
| ผ่านรูพ่น กระจายออกมาเป็นฝอยละออง ขนาดเล็กมาก ซึ่งจะกระจาย อยู่ในอากาศเพื่อให้สัมผัสกับตัวยุง | |
| 2. การพ่นหมอกควัน น้ำยาเคมีจะถูกพ่นโดยอากาศร้อนจากเครื่องพ่น กลายเป็นหมอก | |
ควันฟุ้งกระจาย เครื่องพ่นหมอกควันมีทั้งแบบติดรถยนต์ และแบบหิ้วโดยเจ้าหน้าที่ การป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยการควบคุมยุงพาหะนั้น จะได้ผลดีต้องผสมผสานทั้งการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ และการกำจัดยุงเต็มวัย จะทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้และจะต้องปฏิบัติ โดยมีความครอบคลุมสูงที่สุด นอกจากนี้ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอหากเป็นไปได้ ควรมีการควบคุมยุงลายตลอดทั้งปี |
|
| ดังนั้น ความร่วมมือของชุมชนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการควบคุมโรคไข้เลือดออก การป้องกัน | |
และควบคุมโรค โดยการควบคุมยุงพาหะนั้นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด คือ การกำจัดหรือลด แหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทั้งนี้เป็นวิธีที่ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสารเคมี และได้ผลจริงจังเพราะเป็นการคุมการเกิดของยุง และจัดว่าเป็นเป้านิ่งในการควบคุมที่ดีที่สุด นอกจากนี้ การไม่ใช้สารเคมียังเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย แต่ทั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและความร่วมมือจากหน่วยงานองค์กรทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน |
|
| เป็นอย่างไรบ้างคะ เรื่องราวน่ารู้ที่นำมาฝาก คงจะพอทำให้ทราบถึงเรื่องราวของโรคไข้เลือดออกกันบ้างนะค่ะ | |
| ฤดูฝนอย่างนี้ยุงลายแพร่พันธ์มากที่สุด ทางเทศบาลต้องขอความร่วมมือไปยังประชาชนทุกท่าน ได้ร่วมด้วยช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ไม่ว่าจะเป็นกระถางต้นไม้ จานรองตู้กับข้าว หมั่นเปลี่ยนน้ำรวมถึงใส่ทรายอะเบท เพื่อมิให้ยุงลายเพาะพันธุ์เชื้อได้ ที่สำคัญควรหมั่นรักษาสุขภาพและเสริมสรัางสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ คราวนี้ไม่ว่าฤดูไหน ๆ ที่นำพายุงลายมา เราก็ไม่หวั่นในเรื่องของการเจ็บป่วยอีกแล้วล่ะค่ะ | |