ดอนปู่ตา

ประวัติดอนปู่ตา
  ดอนปู่ตา หรือ โนนหอ ตั้งอยู่บ้านบ่อน้ำ หมู่ที่ 7 ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เดิมชาวบ้านบ่อน้ำเรียกว่าโนนหอ
คำว่า โนน หมายถึง เนินดิน ส่วนคำว่า "หอ" ในภาษาอีสาน หมายถึง ศาลเจ้า หรือสถานที่สำหรับเคารพสักการะ ในสมัยก่อนพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นป่ารกทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยมากมาย รวมทั้งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูติผีปีศาจที่น่ากลัว ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปตัดฟืนหรือหาของป่า ต่อมาชาวบ้านจึงได้ไปอัญเชิญปู่ผาแดงจากจังหวัดหนองบัวลำภู มาสถิตย์อยู่ที่โนนหอ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาและปกป้องคุ้มครองชาวบ้านจากภยันตรายต่างๆ โดยได้สร้างศาลไม้เล็กๆ ไว้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ชาวบ้านมีการทำพิธีกรรมต่างๆ เช่น การฟ้อนรำ การทำขันธ์ 5 สองขันธ์ ถวายปู่ผาแดงทุกวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอภินิหารของปู่ผาแดงมากมาย เช่น แปลงร่างให้เห็นเป็นงูใหญ่ เสือ หรือสัตว์ร้ายต่างๆ ใครที่ลบหลู่หรือลองดีจะได้รับภัยพิบัติ เสียสติ หรือเสียชีวิต ข้างๆ ศาลปู่ตา มีศาลเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆ เป็นศาลของย่าจอมศรี คุณยายจันทร์เพ็ญ ราชสีห์ ซึ่งเป็นจ้ำ หรือคนทรงในหมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า คืนหนึ่งได้ฝันเห็นหญิงชราผมขาวเต็มศีรษะ มาปรากฎตัวให้เห็น ชาวบ้านจึงได้สร้างศาลดังกล่าวให้ ได้มีการบูรณะศาลปู่ตาหลายครั้ง และมีการทำพิธีเซ่นไหว้เป็นประจำทุกปี ซึ่งเทศบาลตำบลหนองสำโรงก็ได้ร่วมทำพิธีดังกล่าวด้วย
พิธีเซ่นไหว้ศาลปู่ตา
  ผู้นำในการทำพิธีเซ่นไหว้คือ พ่อจ้ำ-แม่จ้ำ หรือคนทรงประจำหมู่บ้าน ซึ่งการคัดเลือกพ่อจ้ำ-แม่จ้ำนั้น ี
ใช้วิธีการเข้าทรงวิญญาณปู่ตาว่าจะให้ใครเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งพ่อจ้ำ-แม่จ้ำรุ่นต่อไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นสามีภรรยากัน เช่น
นายแหงม - นางบัว พรหมกุล
นายทองใบ - นางพวน ผิวฝ้าย
ส่วนปัจจุบัน คือ จ.ส.อ. สวาท - นางจันทร์เพ็ญ ราชสีห์
  ในแต่ละปีจะมีพิธีเซ่นไหว้รวม 4 ครั้ง คือ
1. เดือนยี่ มีพิธีเลี้ยงขึ้น คือ การเลี้ยงตอนข้าวขึ้นเล้า จะมีพิธีในเดือนยี่ข้างขึ้น ชาวบ้านจะตกลงกันว่าเป็นวันใด แต่ต้องเป็นข้างขึ้นเท่านั้น
2. เดือนหก เลี้ยงลง คือ การเลี้ยงก่อนลงมือทำนา จะมีพิธีในเดือนหกข้างขึ้น มีการกำหนดวันเช่นเดียวกับเดือนยี่
3. เดือนสิบเพ็ง หรือเดือนสิบขึ้น 15 ค่ำ เป็นการถวายข้าวกระยาสาร์ท ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนจะห่อข้าวกระยาสาร์ทไปฝากแม่จ้ำ เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้
4. เดือนสิบสอง เป็นพิธีถวายข้าวเม่า ในช่วงข้างขึ้นเดือนสิบสอง แต่ไม่ถึงขึ้น 15 ค่ำ เนื่องจากถ้ารอให้ถึง 15 ค่ำ ข้างจะแก่ได้เวลาที่จะเก็บเกี่ยว ข้าวเม่าทำจากข้าวที่ใกล้จะแก่ ชาวบ้านจะนำมาคั่วให้สุก แล้วใช้ครกตำให้เปลือกหลุดเหลือแต่เมล็ดข้าว
ในสมัยโบราณ ทุกหลังคาเรือนจะนำข้าวเม่าไปเซ่นไหว้พ่อจ้ำแม่จ้ำ แต่ในปัจจุบันชาวบ้านไม่ได้ทำนาเหมือนในอดีต จึงมีการรวบรวมเงินบริจาคให้แม่จ้ำเป็นผู้จัดหาข้าวเม่ามาใช้ในการทำพิธีแทน
  การถวายของเซ่นไหว้หรือการแก้บนทั่วไป
จะกระทำเฉพาะวันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 12.00 น. เครื่องเซ่นไหว้จะใช้หมูหรือไก่และเครื่องประกอบคาวหวานครบชุด
ถ้าเป็นหมูจะใช้หัวหมูพร้อมเครื่องใน ตีน 4 ตีน ถ้าเป็นไก่ ใช้ไก่ทั้งตัว พร้อมเครื่องใน ไม่ตัดเล็บเท้า ส่วนเครื่องประกอบอื่นๆ ได้แก่ ข้าว น้ำพริก น้ำดื่ม ของหวานอาจเป็นผลไม้ ข้าวคลุกน้ำตาล ขนมหวานอื่นๆ เหล้า แบบเป็นไหหรือขวด พวงมาลัยหรือดอกไม้ เทียนเงิน (เทียนขาว) เทียนคำ (เทียนเหลือง) ธูป
ถ้าเป็นการเซ่นไหว้ ในช่วงเดือนยี่หรือเดือนหก จะใช้เครื่องครบชุด พร้อมลาบหมูดิบและเสื้อผ้า
ถ้าเป็นช่วงเดือนสิบเพ็ง ใช้เฉพาะข้าวกระยาสารท และเดือนสิบสองใช้เฉพาะข้าวเม่า เช่นเดียวกับการทำพิธีเซ่นไหว้ประจำปี